รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยะธิดา นาคะเกษียร
ภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ในปัจจุบัน การรับประทานอาหารประเภทชาบู หมูกระทะ หรืออาหารที่ต้องประกอบอาหารเองบนโต๊ะอาหารได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในกลุ่มครอบครัว เพื่อนฝูง และในหมู่คนทำงาน อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารในลักษณะดังกล่าว หากขาดความระมัดระวังเรื่องสุขอนามัย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อจากอาหารที่ปรุงไม่สุก โดยเฉพาะโรคที่เรียกว่า “โรคหูดับ”

โรคหูดับคืออะไร
โรคหูดับ หรือไข้หูดับ (Streptococcus suis infection) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Streptococcus suis ซึ่งสามารถติดต่อจากสุกรสู่คนได้ผ่านทางการรับประทานเนื้อหมูดิบหรือหมูที่ปรุงไม่สุก รวมถึงการสัมผัสโดยตรงกับเลือดหรือเนื้อเยื่อของหมูที่มีเชื้อโรค
ผู้ป่วยที่ติดเชื้ออาจแสดงอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และในบางรายอาจสูญเสียการได้ยินถาวร ส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก
ความเสี่ยงจากการรับประทานหมูกระทะหรือชาบู
อาหารประเภทหมูกระทะและชาบูแม้จะเป็นที่นิยม แต่หากบริโภคโดยไม่ระวัง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ในหลายลักษณะ ได้แก่
- การบริโภคเนื้อหมูที่ยังไม่สุกดี โดยเฉพาะหมูสไลซ์ที่ใช้เวลาในการปรุงสั้น
- การใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์ร่วมกันระหว่างเนื้อหมูดิบและหมูที่สุกแล้ว ทำให้เกิดการปนเปื้อนข้าม
- การไม่ล้างมือหลังสัมผัสหมูดิบ หรือก่อนหยิบจับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
แนวทางในการป้องกันโรคหูดับ
เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคอาหารประเภทหมูกระทะหรือชาบู ควรปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้
- ปรุงเนื้อหมูให้สุกอย่างทั่วถึง
- ควรมั่นใจว่าเนื้อหมูสุกทั้งภายนอกและภายในก่อนรับประทาน หลีกเลี่ยงการกินหมูดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
- แยกอุปกรณ์ที่ใช้กับของดิบและของสุก
- ไม่ใช้จาน ช้อน หรือตะเกียบร่วมกันระหว่างหมูดิบและหมูสุก เพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่เชื่อถือได้
- ตรวจสอบว่าเนื้อหมูสดใหม่ สะอาด มีตรารับรองจากกรมปศุสัตว์ ไม่มีสี กลิ่น หรือลักษณะที่ผิดปกติ
- ล้างมือให้สะอาดหลังสัมผัสเนื้อหมูดิบ
- ก่อนและหลังการเตรียมอาหาร ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างถูกวิธี
บทสรุป
แม้กิจกรรมการรับประทานอาหารประเภทหมูกระทะหรือชาบูจะเป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและสังคม แต่ควรตระหนักถึงความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะการป้องกันโรคหูดับซึ่งเป็นโรคที่มีความรุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้
การปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยง และทำให้การรับประทานอาหารร่วมกันเป็นไปอย่างปลอดภัยและยั่งยืน